วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552

Aloha Homestay


อันนี้เอามาจาก forward mail น่ะคะ เห็นว่าน่าสนใจดีค่ะ เลยเอามาให้ดูกันค่ะ ของคุณ nongping0507 จากเวบพันทิพย์

ไปมาแล้ว "Aloha Homestay" ทริปกินในบรรยากาศง่ายๆสบายๆ

ตอนนั้นขับถึงระยองแล้ว ใกล้บ้านเพเต็มที น้องที่ร่วมทางเลยบอกว่า ไป "ผัดไทคุณไกร" กัน พวกเราอีกสาม เห็นดีด้วย เลยเลี้ยวเข้าบ้านเพเลยค่ะ
อาหารที่สั่ง ก็ไม่มากไม่มายอะไร เพราะรู้ๆอยู่ว่า กลางวัน พวกเราจะไปกินกันที่ ฟาร์มปูนิ่ม
อาหารที่สั่ง เลยแค่รองท้อง ก็มี เกี๊ยวปูทอด (อันนี้อร่อยมากเลย *แนะนำ*)
ผัดไท 2 จาน (แบ่งกัน)
ส้มตำปูม้าสักจาน และ ยำสาหร่ายแก้ว (ใสปิ๊ง ยังกะสั่ง บุกมากิน)
ตบท้ายของหวานด้วย ทุเรียนทอด (O_o") ถุงโตๆ
ราคาเฉลี่ยที่คนละ 100 บาท ค่ะ


พออิ่มท้องแล้ว ก็นั่งรถต่อไปกันที่น้ำตกพลิ้ว
รูปนี้เป็นบริเวณด้านหน้าน้ำตก
ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 40 เด็ก 20 ต่างชาติอีกราคา
เป็นน้ำตกอีกที่ ที่ระยะทางการเดินไม่ไกลจากที่จอดรถมากนัก ยังไม่ถึงกับเหนื่อย และแดดไม่โดนทางเดินด้วย เนื่องจาก 2 ข้างทางมีทั้งต้นไม้ และ แนวเขา ทำให้อากาศไม่ร้อนค่ะ
มาถึงตัวเอกของน้ำตกแห่งนี้ ปลาพลวงค่ะ เยอะมากๆๆๆๆ ว่ายอยู่กับคนเนี่ยล่ะคะ ไม่กลัวคนสักนิด

ซื้อถั่วฝักยาวจากด้านหน้าเข้าไป แล้วเอาไปให้ปลานะคะ
โยนไปตรงไหน ปลาก็ว่ายด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เข้าไปแย่งกัน
เห็นแล้วสนุกค่ะ แบบว่า แอบเอาอาหารปลาเข้าไปให้ด้วยนิดหน่อย
เจ้าหน้าที่ก็ถามว่า เอามาเยอะมั้ย นิดหน่อยได้ มากๆไม่ดี เพราะกลัวน้ำจะเสีย
พอดีเอาไปนิดเดียว เลยไม่เป็นไร และซื้อถั่วฝักยาวจากด้านหน้าเข้าไปเพิ่มด้วย
พออิ่มบรรยากาศจากน้ำตกแล้ว ก็เดินทางต่อไปยัง ฟาร์มปูนิ่ม ค่ะ ขับรถเข้าอำเภอขลุงเล็กน้อย ไปจอดรถริมน้ำ รอเรือจากร้านมารับ
บรรยากาศตอนนั่งเรือ ก็เป็นเรือเครื่องท้องแบน มีหลังคานิดหน่อย นั่งเรือไปไม่นาน แค่ 5-10 นาทีเท่านั้น อากาศกำลังดี สบายๆ แต่แดดแอบแรงหน่อยนะคะ เพราะตอนนั้นช่วงบ่ายต้นๆ
ถึงร้านแล้วค่ะ


ชื่อเต็ม ฟาร์มปูนิ่มฟิชชิ่งปาร์ค
ด้านหลังของฟาร์ม จะเป็นที่เลี้ยงปูนิ่ม คนเลี้ยงที่นั่นบอกว่า จะหย่อนกล่องลงไปให้น้ำแล้วเรียงๆไว้
ใส่ไว้กล่องละตัว ประมาณ 4 ชั่วโมง คนเลี้ยงจะไปดูสักครั้ง
ถ้าเมื่อไหร่ที่เห็นในกล่องมี 2 ตัว ถือว่าใช้ได้แล้ว

งงมั้ยคะ ตอนแรกเราก็งง ไรเนี่ย ปูแยกร่างเหรอ จากหนึ่งตัวกลายเป็นสองตัว
ไม่ใช่ค่ะ มันลอกคราบ ไม่รู้จะเรียกไงดี คือ ปูนิ่มเนี่ย มันต้องลอกกระดองตัวมันเองออก ตัวมันจะได้นิ่มๆ
พอมันลอกกระดองตัวเองออก ก็นำมาทำอาหารได้ (มองเห็นในกล่องมีสองตัว ตัวหนึ่งเป็นตัวปูจริงๆ อีกตัวหนึ่งไม่ได้เป็นตัวแต่เป็นกระดองปู มองผ่านๆนึกว่ามีสองตัว)
ตัวมันจะนิ่มมมมม มากกก ไปจับดูแล้วค่ะ กระดองปูที่แข็งๆ พอเป็นปูนิ่ม ก็จะนิ่มมากกกก
แม้แต่ก้ามปู ยังนิ่มเลยค่ะ



ที่เห็นในรูปข้างบน ตัวนิ่มแล้วค่ะ เตรียมไปเป็นอาหาร เอิ๊กกกกกก
ก้ามปูหนีบเรา เรายังไม่เจ็บเลย เพราะมันนิ่มเหมือนผิวเด็กเลย
เสียดาย ที่ลืมถ่ายรูปอาหารมาให้ดู เพราะมัวแต่หิวๆๆๆๆๆๆ
อาหารมา ก็จ้วงเข้าปากเลย ไว้ดูอาหารของที่พักแล้วกันนะคะ

แต่อาหาร *แนะนำ* เลย คือ ปูนิ่มทอดกระเทียม
อร่อยมากๆๆๆๆๆ ปูนิ่มเนี่ย กินได้ทั้งตัว ยิ่งทอดกรอบ ยิ่งนิ่มสุดๆ

พออิ่มจากที่นี่แล้ว อ้อออ ลืมบอกราคา ผู้ใหญ่ 10 เด็ก 3
ไม่คิดราคาที่เด็กนะคะ ผู้ใหญ่ 10 คนหาร
ตกคนละ 140 .... ตอนจ่ายเงิน งงๆ เพราะอาหารทะเลล้วนๆ
ราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อเลยยย โอ้ววว แม่เจ้า

เดินทางต่อ ไปยัง Aloha Homestay ค่ะ รูปนี้เป็นเดินทางโดยรถก่อน เข้าไปให้ถึงที่ขึ้นเรือ


ที่จอดพักรถ ก่อนไปขึ้นเรือเพื่อไป Aloha ค่ะ


พอจอดรถแล้ว ก็ขึ้นเรือเพื่อไปที่พัก เรือเป็นเรือท้องแบนไม่มีหลังคา
อากาศกำลังเย็นสบาย นั่งเรือแป๊บเดียวเอง ก็ถึงแล้ว รูปนี้เป็นเรือที่นั่งไป และ ทางเดินน้ำ




บริเวณสองข้างทางน้ำ เป็นป่าชายเลน ป่าโกงกาง คนแถวนั้นก็อยู่กันง่ายๆ จับปูจับปลากันเอง
เหลือก็ทำเป็นอาหารให้พวกเรากิน เหลือไปอีก ก็เอาไปขาย มีเรือเข้ามารับซื้อทุกวัน



ถึงแล้วค่ะ Aloha Homestay




ขอแปะรูปอาหารก่อนเลยค่ะ อาหารเย็นที่ทางที่พักจัดไว้ให้
พักที่นี่ เจ้าของที่พักให้อาหารเรา 3 มื้อ
ย้ำ ... 3 มื้อ นะคะ เลือกได้เป็น กลางวัน เย็น เช้า
หรือ เย็น เช้า กลางวัน (เราเลือกแบบหลัง)
เลยได้ชิมอาหารเย็นที่นี่ก่อนเลย ขอบอกได้คำเดียว สุดยอด



รูปเมื่อกี้ อาหารอยู่บนโต๊ะ แต่รูปนี้ อาหารวางพื้น
พวกเรานิยมเปิปอาหารกัน นั่งพื้นค่ะ เลยถ่ายรูปมุมสูงมาให้ดู

อาหารก็มี ปูนึ่ง ตัวโตมากกกกก ก้ามปูเนี่ย ใหญ่กว่าฝ่ามือเราเสียอีก
แค่นั่งกินปู ก็ไม่อยากกินอย่างอื่นแล้วล่ะคะ
จากนั้นก็มี กุ้งอบวุ้นเส้น (ใส่ไข่ด้วยนะคะ)หอมมากกกก วุ้นเส้นเยอะมากกกก
ตามด้วย ปลากระพงทอดน้ำปลา กุ้งแชบ๊วย ไข่เจียวปู ทอดม้นกุ้ง กุ้งแช่น้ำปลา ต้มยำเนื้อปลา
อิ่มแล้วอิ่มอีก อาหารเหลือจนต้องวางไว้ กินไปเรื่อยๆได้ทั้งคืน




ก่อนกินอาหารเย็น บรรยากาศยามเย็นเนี่ย เงียบสงบ สบายมากเลย จะเล่นน้ำก็ได้ กระโดดตูมลงไปเลย มีทั้งห่วงยางให้เล่น (หรือจะเล่นด้วยห่วงยางส่วนตัวก็ไม่มีใครว่าอะไร)
มีเรือให้พายเล่น เสื้อชูชีพก็มี สำหรับคนที่แอบกลัวหน่อย เพราะน้ำลึก เท้าเหยียบไม่ถึง
นั่งมองพระอาทิตย์ตกแล้ว ได้อารมณ์โรแมนติกมั่กๆๆๆๆ


บริเวณที่ว่ายน้ำ กับ ที่พายเรือที่เดียวกัน แต่กว้างมาก ไม่ชนกันแน่ๆ
บางคนพายเรือไม่ค่อยเป็น ก็วนอยู่ที่เดิมนั่นแหละ ไม่ได้ไปไหนไกลหรอก อิอิ

ตอนกลางคืน เราก็นั่งร้องเพลงคาราโอเกะกัน แต่ละส่วนก็มีเกะกันส่วนตัว จะเสียงดังอะไรก็ได้ทั้งนั้น
ตอนแรกพวกเราก็กลัวจะรบกวนคนอื่น เลยไปถามเจ้าของ บอกว่า ไม่ต้องกลัวหรอก เพราะคนอื่นเค้าก็เสียงดังเหมือนกันแหะๆ ตรงนี้แหละค่ะ ที่พวกเราเอาไว้กินอาหารเย็น แล้วก็นั่งร้องเพลงเกะกัน


ตอนค่ำๆ พวกเรากำลังนั่งร้องเพลง ดื่ม กิน เล่นกันสนุกสนาน ทางที่พัก ก็ไปจับปลา ยกอวนขึ้นมาค่ะ
แล้วก็เอามาเลือกข้างๆพวกเรากันเลย ได้ปลา ปู กุ้งมา ก็คัดแยกไว้ แล้วเอาไปขายตามความต้องการ

ตอนเช้าๆ พอตื่น พวกเราก็นั่งเรือไปจับปูกัน คราวนี้ จับกันสดๆ เห็นๆ เลย
จับเสร็จ ก็เอามาเป็นอาหารกลางวันของพวกเรา ดูปูกันก่อนดีกว่าค่ะ

วิธีจับปู จะเอากรงเหล็ก ใส่อาหารล่อไว้ แล้วปูมันจะเข้าไปกินอาหาร แล้วออกจากกรงไม่ได้
บางกรงมีถึง 3 ตัวเลยค่ะ ตัวโตๆทั้งนั้น



ดูขนาดปูที่จับมาได้กันค่ะ ตัวใหญ่มากกกกกก

คนจับสอนวิธีจับปู และ มัดปูด้วยค่ะ
นอกจากนี้ ยังบอกราคาขายด้วย ราคาทุนนะคะ
ตัวโตที่สุดที่เห็นในภาพ อยู่ที่ประมาณ 1 กิโล 550 บาทค่ะ
ตัวละ 1 กิโลกรัมเชียวนะคะ
ถ้าขึ้นเหลา เชียงการีล่า ไม่รู้ว่า ตัวละกี่พันบาท เหอๆๆๆๆๆ


พอหมดเรื่องปู ก็มาดูบรรยากาศทั่วๆไปของที่พักบ้าง ไม่ได้มองเล๊ยยย มัวแต่ดูอาหาร อิอิ

นี่เป็นมุมกาแฟค่ะ แก้วละ 20 บาท ได้กาแฟแก้วอร่อยมา 1 แก้ว
อาหารเช้าที่ทางที่พักจัดให้ ง่ายๆค่ะ แต่มีหลายอย่างเหลือเกิน ยิ่งกว่าอยู่บ้านอีก กินได้ไม่อั้นเลย
(ถ้ายังไม่อิ่มจนท้องแตกไปก่อนนะคะ) ก็มี ข้าวต้มทะเลหม้อโตๆ ผัดไทเส้นจันทร์ ข้าวผัดทะเล ก๋วยเตี๋ยวหมู พออิ่มแล้ว ได้กาแฟมาแล้ว ก็ไปนั่งจิบกาแฟ กินบรรยากาศยามเช้าสักที





นั่งพักไปสักครู่ เวลาอาหารกลางวันก็มา โอ้ยยยย ไม่มีโอกาสได้หิวเลยค่ะ
อาหารมาแร้ววววว โอ้วววว อะไรกันนี่





อาหารกลางวัน เยอะสุดๆแล้ว กินไม่หมดเลยจริงๆ
ปูผัดผงกะหรี่ (ปูที่จับมามะกี้อ่ะ เหวอออออ) กุ้งอบวุ้นเส้นอีกหม้อ
ปลากระพง 3 รส แกงส้มชะอมกุ้ง ยำรวมมิตรทะเล
ปลากระบอกทอดกระเทียม (ปลากระบอกไรเนี่ย ตัวโตชะมัด)
อาหาร *แนะนำ* เลย ปูผัดผงกะหรี่ ค่ะ
ปูสดมากกกก ก้ามปูใหญ่มากกกก เนื้อแน่นมาก
ไม่แน่นได้ไงคะ จับเมื่อเช้านี้เอง เอิ๊กๆๆๆ

สรุปว่า ทริปนี้ ราคาถูกมาก คิดค่าเสียหายให้นะคะ
ผัดไทคุณไกร 100 บาท
ฟาร์มปูนิ่ม 140 บาท (ทำไมถูกอย่างนี้อ่ะ)


ค่าที่พัก Aloha คนละ 1,200 บาท (ที่พัก 1 คืน + อาหาร 3 มื้อ เด็ดๆ)
ค่ารถ แล้วแต่ค่ะ ถ้ารถพลังงานทดแทน ก็ถูกหน่อย อิอิ
ค่าเข้าน้ำตกผู้ใหญ่ 40 บาท
ค่าเรือ ไม่เสียเลย
ค่าขนมของฝาก อันนี้แล้วแต่ ไม่เกี่ยวค่ะ
ค่าเกม ไพ่ ฯลฯ ใครเสียมากเสียน้อย แล้วแต่เลยนะคร้าาาา

รวมเบ็ดเสร็จ อยู่ที่ไม่เกิน 2,000 บาท (บวกยังไงก็ไม่ถึงอ่ะ)




วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2552

ปราสาทหินพนมรุ้ง by Pakthada

ตาม ททท. ไปเที่ยวอีกเช่นเคย เมื่อวานนี้ดูข่าวเรื่องที่นักท่องเที่ยวไปปราสาทหินพนมรุ้งกันล้นหลาม เลยถือเอาโอกาสนี้เอาเรื่องปราสาทหินพนมรุ้งมาลงหน่อยนึง ..อิอิ


ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเทวสถานของศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ตัวปราสาทสร้างอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว คำว่า "พนมรุ้ง" ในภาษาเขมรหมายถึง "ภูเขาใหญ่" แสดงถึงความอลังการของภูเขาไฟลูกนี้ได้เป็นอย่างดี ปราสาทหินพนมรุ้งประกอบด้วยหมู่อาคารต่างๆ ตั้งเรียงรายจากลาดเขาทางขึ้น ต่อเนื่องขึ้นไปจนถึงองค์ปรางค์ประธานบนยอด เปรียบได้ดั่งวิมานที่ประทับของพระศิวะ ส่วนทางเดินขึ้นทอดไปสู่สะพานนาคราช คล้ายดั่งจุดเชื่อมโยงโลกมนุษย์กับแดนสวรรค์ นับเป็นโบราณสถานฝีมือชั้นเลิศชั้นหนึ่งที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในครั้งอดีตของอาณาจักรของโบราณ


.
วันเวลาที่แนะนำ
สามารถชมภาพความมหัศจรรย์ของแสงอาทิตย์ ส่องทะลุซุ้มประตู 15 บาน พร้อมกันได้ในช่วงเดือน เมษายน เวลาประมาณ 06.30 น. ถึง 07.30 น. ในวันขึ้น 15 ค่ำ ในส่วนของการเยี่ยมชมปราสาทหินพนมรุ้งเปิดให้ชมทุกวันตามเวลาราชการ

.
การเดินทาง
จากตัวเมืองบุรีรัมย์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 219 มุ่งลงใต้ เี้ลี้ยวขวาต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 24 ไปอีกราว 20 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางย่อยแยกสู่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ติดต่อที่ ททท. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 โทร. 0-4421-3666 , 0-4421-3030

.
ปราสาทหินพนมรุ้ง สถาปัตยกรรมอันเลื่องชื่อบนเส้นทางสายปราสาทหิน
ตั้งตระหง่านผ่านวันเวลามาเนิ่นนาน งดงาม อ่อนช้อย แข็งแรงทรงพลัง
สัมผัสได้ถึงความรุ่งเรืองในครั้งอดีตกาล
ใครจะเชื่อว่า ..ปราสาทหินแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือปากปล่องภูเขาไฟ
และในวันเวลาเดียวของปี คือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5
แสงอาทิตย์จะทำมุมลอดทะลุประตูทั้ง 15 บาน ของปราสาทได้อย่างพอดี

.

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552

บึงบัวทะเลน้อย - พัทลุง by Pakthada

โอ๊ยๆๆๆ วันนี้มดจะพาไปไหนหนอ.. ไม่ต้องคิดมากค่ะ พาไปตาม Unseen Guide Book ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนี่แหละ แบบว่า ไม่ค่อยได้ไปไหน แต่อยากจะเขียนบล๊อกท่องเที่ยวอ้ะนะ


.
บึงบัวทะเลน้อย ..บึงน้ำแห่งชีวิต
ที่รวมของมวลไม้น้ำและเหล่าปักษาที่มาอาศัยอยู่นับแสน
เป็นบึงน้ำที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของผู้คนมาเนิ่นนาน
เรียกขาน บึง ว่าเป็น ทะเล ด้วยความกว้างใหญ่
ใครจะเชื่อว่า ในยามเช้า ทุกวันเมื่อแสงแดดส่อง
บึงน้ำแห่งนี้จะกลายเป็นบึงสีชมพูด้วยบัวแดงบานสะพรั่ง

.
ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย มีลักษณะนิเวศเป็นบึงน้ำจืดกว้างใหญ่ เชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลาทางทิศใต้ ทะเลน้อยคือบ้านของปลาน้ำจืดหลายสายพันธุ์ ที่ช่วยหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตผู้คนโดยรอบมาแต่อดีต ที่นี่คือแหล่งอาศัยสำคัญของนกน้ำกว่า 287 ชนิด จนได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญ ระดับโลก แห่งแรกของเมืองไทย ช่วยอนุรักษ์พันธุ์นกต่างๆ ให้อยู่คู่นิเวศพรรณไม้น้ำอย่างงดงามลงตัว แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในจังหวัดพัทลุง เช่น วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ถ้ำเขาอกทะลุที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีหาดแสนสุข ลำปาริมทะเลสาบสงขลาและอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า ที่เป็นป่าดงดิบอุดมสมบูรณ์ โดดเด่นด้วยจุดชมวิวผาผึ้งที่มีผึ้งหลวงมาทำรังนับร้อย ทุกเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน

.
วันเวลาที่แนะนำ
ทะเลบัวสามารถเที่ยวชมได้ตลอดปี ช่วงที่งดงามที่สุดคือช่วงเช้าราว 7.00 น. ถึง 9.00 น. ดอกบัวจะบานเต็มที่เป็นสีชมพูเต็มบึง ช่วงที่มีนกมากที่สุดทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ คือ ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน

.
การเดินทาง
จากจังหวัดพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ถึงอำเภอควนขนุน แยกขวามือเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4048 จนถึงบึงน้ำทะเลน้อย ระยะทางทั้งสิ้นราว 32 กิโลเมตร

.
สอบถามรายละเอียดเพื่มเติม
ติดต่อที่ ททท. ภาคใต้ เขต 2 โทร. 0-7534-6515 ถึง 6

.

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2552

เวียงกุมกาม by Pakthada

ตามรอย ททท. ไปเที่ยวกันต่อค่ะ วันนี้เอาสถานที่ท่องเที่ยวมาจาก ททท. น่ะคะ



เวียงกุมกาม นครโบราณใต้พิภพ
เมืองที่ถูกกลบฝังด้วยตะกอนจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ในอดีต
วันเวลาผ่านไป กลืนหายเรื่องราวจากครั้งโบราณ
บ้านเมืองถูกสร้างขึ้นใหม่บนแผ่นดินนครอันเป็นตำนาน
ใครจะเชื่อว่า เมื่อวันเวลาแห่งการค้นพบมาถึง
อาณาจักรใต้ปฐพีผืนนี้ก็ถูกเผยถึงความรุ่งเรืองยิ่งใหญ่
ที่ได้จมอยู่ใต้พิภพมาแสนนาน

.
เวียงกุมกามเป็นโบราณสถานที่อยู่ใกล้จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี เอกสารทางประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า เวียงกุมกามสร้างขึ้นโดยกษัตริย์นามว่า พญามังราย ในปี พ.ศ.1829 บริเวณใกล้แม่น้ำปิง มีความสำคัญทั้งด้านการเมืองและการค้า แต่ต่อมาสายน้ำปิงเปลี่ยนทางเดินและเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ทำให้เมืองจมอยู่ใต้พิภพมาช้านาน จนมีการค้นพบและบูรณะขุดแต่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในปัจจุบัน แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงมีศูนย์ศิลปหัตถกรรมบ้านถวาย อำเภอหางดง ศูนย์ศิลปกรรมบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง วัดพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย อุทยานแห่งชาติออบขานและล่องเรือชมลำน้ำปิงทั้งกลางวันและกลางคืน

.
การเดินทาง
เวียงกุมกามตั้งอยู่บนถนนเชียงใหม่-ลำพูน จากแยกดอนจั่นตรงมาทางสนามบินเลี้ยวซ้ายไปวัดศรีบุญเรือง มีป้ายบอกทางชัดเจน

.
วันเวลาที่แนะนำ
เวียงกุมกามสามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี มีช้างบริการให้เที่ยวชมเมืองเก่า ตั้งแต่เวลา 08.30 - 17.00 น. ทุกวัน หรือจะเช่าจักรยานขององค์การบริหารส่วนตำบล เที่ยวชมก็สามารถทำได้

.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สำนักงาน ททท. ภาคเหนือ เขต 1 โทร. 0-5324-8604 , 0-5324-8607 , 0-5324-1466

.
เที่ยวเวียงกุมกาม สามารถจองโรงแรมลดราคา 75% ได้ที่เวบของมดเลยน่ะคะ
คลิ๊กจองโรงแรมเที่ยวเวียงกุมกามที่นี่เลยค่ะ


.